Are we all alone?

วันนี้เป็นวันสิ้นสุดการเดินทางรณรงค์ “หยุดถ่านหิน ก้าวสู่การปฏิวัติพลังงาน” ในประเทศไทย ของเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ เราปิดฉากที่กระทรวงพลังงานในกรุงเทพฯ ด้วยกิจกรรมการสื่อสารทางตรง นักกิจกรรมกรีนพีซที่ถือลูกโป่งประมาณ 500 ลูกเดินขบวนไปในบริเวณกระทรวงพลังงานอย่างปราศจากอุปสรรค รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานไม่อยู่ตอนที่เราเดินไปสู่อาคารที่ทำการ ทางกระทรวงฯ ส่งนายประเทศ ศรีชมภู หัวหน้ากลุ่มการเมือง สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ออกมาพูดคุยและรับข้อความเกี่ยวกับจดหมายลงนามเพื่อเรียกร้องการปฏิวัติพลังงานของเรา

We ended the Quit Coal Ship Tour’s Thai Leg today at the the Ministry of Energy in Bangkok with a direct communication activity.  Our activists with about 500 balloon printed with the word CO2 were marching into the compound of the Ministry smoothly. The minister wasn’t around when we were approaching the Minister’s office building. They sent the head of the political unit, Mr. Prathet Srichompu to talk with us and receive our note on Lead the Energy [R]evolution petition.

�าสาสมัครกรีนพีซประท้วงหน้ากระทรวงพลังงานในกรุงเทพฯ  โดยใช้ลูกโป่งสีขาวและดำที่มีพิมพ์คำว่า CO2  เพื่�เป็นสัญลักษณ์แสดงการปล่�ยก๊าซคาร์บ�นจากโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ๆ  กรีนพีซเรียกร้�งให้กระทรวงพลังงานหยุดสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ๆ  ในประเทศไทย  และเปลี่ยนการใช้ทรัพยากรไปสู่การพัฒนาระบบพลังงานหมุนเวียนที่สะ�าด  เพื่�ต่�สู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ�ากาศ  และเพื่�บรรลุเป้าหมายด้านความมั่นคงทางพลังงานในประเทศ

กิจกรรมนี้ไม่น่าตื่นเ้ต้นเหมือนกิจกรรมสื่อสารทางตรงครั้งสุดท้าย อย่างไรก็ตามข้อเรียกร้องและข้อความของเราเป็นที่รับรู้แล้วแม้ว่าเรายังไม่สามารถผลักดันมันในขณะนี้ เราจะเดินหน้าสื่อสารกับกระทรวงพลังงานต่อไป

It was quite a boring action, compared to the last activity we did about a year ago. But our call and note were taken despite we could not move them now.  We will move the engagement with the MoE forward.

�าสาสมัครกรีนพีซประท้วงหน้ากระทรวงพลังงานในกรุงเทพฯ  โดยใช้ลูกโป่งสีขาวและดำที่มีพิมพ์คำว่า CO2  เพื่�เป็นสัญลักษณ์แสดงการปล่�ยก๊าซคาร์บ�นจากโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ๆ  กรีนพีซเรียกร้�งให้กระทรวงพลังงานหยุดสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ๆ  ในประเทศไทย  และเปลี่ยนการใช้ทรัพยากรไปสู่การพัฒนาระบบพลังงานหมุนเวียนที่สะ�าด  เพื่�ต่�สู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ�ากาศ  และเพื่�บรรลุเป้าหมายด้านความมั่นคงทางพลังงานในประเทศ
�าสาสมัครกรีนพีซประท้วงหน้ากระทรวงพลังงานในกรุงเทพฯ  โดยใช้ลูกโป่งสีขาวและดำที่มีพิมพ์คำว่า CO2  เพื่�เป็นสัญลักษณ์แสดงการปล่�ยก๊าซคาร์บ�นจากโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ๆ  กรีนพีซเรียกร้�งให้กระทรวงพลังงานหยุดสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ๆ  ในประเทศไทย  และเปลี่ยนการใช้ทรัพยากรไปสู่การพัฒนาระบบพลังงานหมุนเวียนที่สะ�าด  เพื่�ต่�สู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ�ากาศ  และเพื่�บรรลุเป้าหมายด้านความมั่นคงทางพลังงานในประเทศ

การเดินทางรณรงค์ของเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ใน 18 วันที่ผ่านมามีกิจกรรมมากมาย ทั้งน่าตื่นเต้นและราบเรียบ เราประสบความสำเร็จในการรวบรวมประชาชนที่ต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน เราประสบความสำเร็จในการสร้างความสนใจให้กับประชาชน สื่อมวลชน และ รัฐบาล และแน่นอนว่าเราประสบความสำเร็จในการทำงานเพื่อสิ่งแวดล้อมของโลกที่เราอาศัยอยู่ เราต้องทำบางอย่างเพื่อโลกใบนี้แม้ว่าสิ่งที่เราทำจะไม่ประสบความสำเร็จ หรือไม่สำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว ดังที่ท่านมหาตมะ คานธีกล่าวไว้ว่า “Whatever you do will be insignificant, but it is very important that you do it.” (ทุกอย่างที่คุณทำอาจไม่มีความหมาย แต่เป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องทำมัน)

That past 18 days of the Rainbow Warrior’s campaigning journey generated a lot of activities, both exciting and serene. We was successful in mobilizing people who are against coal power plants. We were successful in generating the interests of Thai people, media and government. And of course, were were successful in working for the environment of the earth we live in. We had to do something for the earth even what we did would not be successful or not in a short period of time. Like the great Mahatma Gandhi said, “Whatever you do will be insignificant, but it is very important that you do it.”

แม้ว่าเรายังไม่บรรลุเป้าหมายของเรา แต่มันก็เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความสนใจให้กับผู้คนและรัฐบาล ซึ่งจะทำให้เราทำงานง่ายขึ้น และแน่นอนเราจะต่อยอดการรณรงค์ เพื่อผลักดันให้รัฐบาลลงมือทำเพื่อแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพื่อให้ความรู้แก่สาธารณชนต่อไป จนถึงวันนั้นที่เราประสบความสำเร็จ….เราจะไม่หยุด เพราะเรามีโลกอยู่แค่ใบเดียว

Eventhough we have not yet achieved out goal, we began to generate interests of people and the government which will make our work easier. And it is certain that we will move this momentun forward to push the government to take action to solve the climate crisis and to provide knowledge to people. Until we succeed, we will not stop because we have only one planet to save.

พวกเราหวังว่าคุณจะช่วยเราช่วยโลก โปรดสมัครจดหมายข่าวนักกิจกรรมทางอินเตอร์เน็ตกรีนพีซ เพื่อรับข่าวสารและวิธีการง่ายๆ ที่คุณช่วยได้

และหากคุณยังไม่ได้ลงชื่อ โปรดลงชื่อในจดหมายเรียกร้องการปฏิวัติพลังงานที่นี่

I would like to end this tour’s blog with this lyric from Animal Liberation Orchestra:
“Understanding why
We do what we do
Why we put ourselves
What we put ourselves through
When there’s no longer comfort
In your comfort zone
And you feel
Like you’re all alone

Like you’re all alone
All alone
All alone”

ฉันขอปิดฉากบล็อกของการเดินทางครั้งนี้ด้วยเนื้อเพลงของวง Animal Liberation Orchestra ดังนี้

“ฉันพยายามเ้ข้าใจว่าทำไม่เราจึงทำสิ่งที่เราทำ
ทำไมเราต้องเอาตัวเข้าเสี่ยงเช่นนี้
ก็เมื่อมันไม่มีความสบายอีกต่อไปในโลกที่เราคิดว่าสะดวกสบาย
และบางทีคุณรู้สึกว่าคุณโดดเดี่ยว
เดียวดาย
ว้าเหว่
ไม่มีใครเลยสักคน”

We hope you will understand why we are doing what we are doing and don’t make us feel all alone and please remember that the world can change if you change yourself.

เราหวังว่าคุณจะเข้าใจว่าทำไมเราจึงทำสิ่งที่เราทำอยู่ และไม่ทิ้งเราให้โดดเดี่ยว และโปรดจำไว้ว่าโลกที่เปลี่ยนแปลงเริ่มที่ตัวคุณ

Please stay tuned for the Esperanza’s journey in Indonesia….

โปรดติดตามตอนต่อไปของการเดินทางรณรงค์ปฏิวัติพลังงานของเรือเอสเพอรันซาในอินโดนีเซีย

กรกฎาคม 21, 2008 at 7:10 pm ใส่ความเห็น

ร่วมส่งวีดิโอ YouTube ไม่เอาพลังงานสกปรก!

ร่วมส่งข้อความถึงรัฐบาลไทยว่าคุณไม่ต้องการพลังงานสกปรก และต้องการพลังงานหมุนเวียน โดยไปที่วีดิโอนี้ของกรีนพีซ — http://www.youtube.com/watch?v=2OZFZj31NDg

และ post “video response” ใต้วีดิโอนี้

ข้อความอาจเป็น “หยุดถ่านหิน” “ก้าวสู่การปฏิวัติพลังงาน” “ไม่เอาพลังงานสกปรก” “ไม่เอานิวเคลียร์” หรือ ข้อความของคุณเอง

และหากคุณมีหน้า YouTube ของคุณเอง โปรดทำ link มาที่ กรีนพีซ ประเทศไทย – http://www.greenpeace.or.th

Send a message to the Thai government that you don’t want dirty energies by posting a video response to this Greenpeace’s video: http://www.youtube.com/watch?v=2OZFZj31NDg

The message can be “Quit Coal”, “Lead the Energy [R]evolution”, “No Dirty Energy”, “No Nuke”, or your own message.

And if you have a YouTube page, please link to us at http://www.greenpeace.org/seasia

—–

ทำไมต้องไม่เอาถ่านหิน

การเผาไหม้ถ่านหินเป็นแหล่งกำเนิดหลักของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออก สู่บรรยากาศ และเป็นสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ถ่านหินปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหนึ่งหน่วยพลังงานมากกว่าน้ำมันถึง 29 % และมากกว่าก๊าซถึง 80%

ทำไมต้องไม่เอานิวเคลียร์

พลังงานนิวเคลียร์ผลิตพลังงานทั่วโลกได้น้อยกว่าพลังงานหมุนเวียน และปริมาณการผลิตพลังงานจะยังคงลดลงต่อไปในอีกหลายปีที่กำลังจะมาถึง

ตรงกันข้ามกับสิ่งที่อุตสาหกรรมนิวเคลียร์บอกกับเรา การสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงจนเห็นความ เปลี่ยนแปลงจะมีค่าใช้จ่ายหลายสิบล้านล้านบาท ก่อให้เกิดกากกัมมันตภาพรังสีในระดับสูงที่ทำให้เสียชีวิตได้ ทำให้ส่วนประกอบของอาวุธนิวเคลียร์เพิ่มอย่างรวดเร็ว และส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุครั้งร้ายแรงเท่ากับที่เชอร์โนบิลทุกๆ ทศวรรษ สิ่งที่สำคัญที่สุดอาจเป็นการที่นิวเคลียร์จะผลาญทรัพยากรที่จำเป็นต้องใช้ สำหรับการดำเนินวิธีแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนที่เห็นความเปลี่ยนแปลงได้

ก้าวสู่การปฏิวัติพลังงาน

แหล่งพลังงาน​หมุนเวียน เช่น​ ​แสงอาทิตย์​และ​ลม​นั้น​ ​เป็น​แหล่งพลังงานที่​ใช้ ได้​สม่ำ​เสมอ​ ​นำ​มา​ใช้​งาน​ได้​ง่าย​ ​และ​ มี​ใช้​เหลือเฟือ​ ​รายงาน​ฉบับ​ล่าสุด​จาก​คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่า​ด้วย​การเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ​ (IPCC) ​ยืนยันว่า​เทคโนโลยีหลายพันชนิด​ใช้​งาน​ได้​แล้ว​ ​ใน​ราคาที่ต่ำ​มาก​ ​เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอัน​เป็น​หายนะต่อสภาพภูมิอากาศ​ ​และ​รัฐบาลต่างๆ​ ​ควรกำ​จัดอุปสรรคขัดขวางการ​ใช้​เทคโนโลยี​เหล่านี้

Why No Coal?
Coal is a highly polluting energy source. Coal use, primarily for the generation of electricity, now accounts for roughly 20 percent of global GHG emissions. Emitting 29% more carbon per unit of energy than oil and 80% more than gas, it is one of the leading contributors to climate change. Burning coal also releases massive amounts of toxic substances such as mercury and arsenic that have deadly impacts on human health and create acutely detrimental effects on developing economies and hosting communities
Why No Nuclear?

Despite what the nuclear industry tells us, building enough nuclear power stations to make a meaningful reduction in greenhouse gas emissions would cost trillions of dollars, create tens of thousands of tons of lethal high-level radioactive waste, contribute to further proliferation of nuclear weapons materials, and result in a Chernobyl-scale accident once every decade. Perhaps most significantly, it will  squander the resources necessary to implement meaningful climate change solutions.

Lead the Energy [R]evolution

Solutions to global warming – renewable energy, energy efficiency and new environmentally sound technologies – already exist.

The latest report from the International Panel on Climate Change (IPCC) confirms that hundreds of technologies are now available, at very low cost, to reduce climate damaging emissions, and that government policies need to remove the barriers to these technologies.

Implementing these solutions will enable people to usher in a new era of energy, one that will bring economic growth, new jobs, technological innovation and, most importantly environmental protection.

กรกฎาคม 21, 2008 at 11:32 am ใส่ความเห็น

ความตื่นเต้นที่มาบตาพุด และความก้าวหน้าหลังจากนั้น

“กรีนพีซประท้วงอีกแล้ว” หลายคนอาจคิดเช่นนั้นเมื่อเห็นข่าวเมื่อวันที่ 15 ก.ค. เราได้ประท้วงอย่างสงบเพื่อ “หยุดถ่านหิน” นั่นคือ​ ต่อต้านการขยายโรงไฟฟ้าถ่านหินของเบลเยียม​ ​ใน​นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด​ ​จังหวัดระยอง แต่เราทุกครั้งที่เราประท้วง เรามีเหตุผล ครั้งนี้ก็เช่นกัน….

เราประท้วงในครั้งนี้เพื่อเปิดโปงความหน้าไว้หลังหลอกของประเทศในยุโรปในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กลุ่มสหภาพยุโรปให้คำมั่นว่าจะลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้มากที่สุดถึง 30% ภายในปี 2563 จึงเป็นเรื่องหน้าไหว้หลังหลอกที่บริษัทพลังงานจากยุโรปกลับมาสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ (อ่านข่าวและดูภาพการประท้วงครั้งนี้)

กรีนพีซเรียกร้องให้หยุดสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเก็คโค่-วัน ขนาด 660 เมกะวัตต์ของบริษัท โกลว์ พลังงาน บริษัทร่วมหุ้นด้านพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันตก เพราะจะทำให้ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของประเทศไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ถ่านหินเป็นหนึ่งในตัวการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุดในประเทศไทย และทั่วโลก ขณะนี้น้ำแข็งขั้วโลกกำลังละลาย เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น เราไม่มีอะไรที่ต้องเสียหากเราประท้วง แต่ถ้าเราไม่ประท้วงเราจะสูญเสียทุกอย่าง

หลังการประท้วง บริษัท โกลว์ พลังงาน ผู้สร้างโรงไฟฟ้าแห่งนี้ ออกโรงชี้แจงว่าโครงการโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ จะติดตั้งอุปกรณ์ที่ทันสมัยเพื่อช่วยลดระดับของก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ และก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ความจริงก็คือ ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงที่สกปรกที่สุดในบรรดาเชื้อเพลิงฟอสซิลทั้งหมด ถึงแม้เราจะนำไปผ่านกระบวนการใดๆ ก็ตาม แม้แต่การดักจับคาร์บอน หรือฝังกลบใต้ธรณี ก็ยังไม่สามารถกำจัดความสกปรกและสารพิษของถ่านหินได้ วิธีการดังกล่าวเป็นเพียงข้ออ้างของผู้สนับสนุนถ่านหินเท่านั้น ถ่านหินยังคงทำลายสภาพภูมิอากาศและปล่อยสารพิษไปสู่ชุมชน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงเดินหน้าสนับสนุนให้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่อีก 31 โรง

ฉันไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์การประท้วง แต่ได้ทราบจากเพื่อนนักกิจกรรมกรีนพีซว่า มีการเผชิญหน้าระหว่างนักกิจกรรมกรีนพีซกับตำรวจท้องถิ่น ตำรวจน้ำ ตำรวจนอกเครื่องแบบ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชายฝั่ง ทหารเรือ เจ้าหน้าที่ท่าเรือ และ กลุ่มผู้มีความเห็นไม่ลงรอย

เราประสบความก้าวหน้าครั้งสำคัญในตอนเย็นก่อนที่เราจะเพิ่มความเข้มข้นของการเผชิญหน้า ณ โรงไฟฟ้าถ่านหินสัญชาติเบลเยียมแห่งนี้ โดยเมื่อเช้าวานนี้ ตัวแทนจากวุฒิสภาคนสำคัญ 2 คน เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของกรีนพีซให้ยกเลิกการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ก่อมลพิษแห่งนี้ ตัวแทนทั้ง 2 ท่านอ้างถึงการละเมิดข้อกำหนดของรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ความไม่สอดคล้องกับกฎข้อบังคับของผู้หน่วยงานกำกับดูแลข้อบังคับด้านไฟฟ้า และ ความไม่สอดคล้องกับการคัดค้านของชุมชนจำนวนมาก ตัวแทนทั้ง 2 ท่านจะช่วยกระตุ้นให้วุฒิสภาและกระทรวงพลังงานหยุดสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งดังกล่าวได้อย่างทันท่วงที (อ่านข่าวความก้าวหน้าครั้งนี้)

การปฏิวัติพลังงานได้เริ่มขึ้นแล้วอย่างแท้จริง และเราต้องดำรงแรงผลักดันนี้เอาไว้ หากคุณยังไม่ได้ลงชื่อ โปรดลงชื่อในจดหมายเรียกร้องให้รัฐบาลไทยหยุดถ่านหิน ปฏิเสธพลังงานนิวเคลียร์ และ ลงทุนในพลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศไทย และต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นภัยคุกคามอันดับหนึ่งที่โลกกำลังเผชิญอยู่

เราไม่จำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ของต่างประเทศ ซึ่งขับเคลื่อนโดยถ่านหินและเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ซึ่งนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงานของเรา คลิกที่นี่เพื่อเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยหาเงินลงทุนสำหรับใช้ประโยชน์สูงสุดจากศักยภาพของพลังงานทางเลือกที่มีอยู่อุดมสมบูรณ์ในประเทศไทย

หากร่วมมือกัน เราจะสามารถปกป้องโลก และสร้างอนาคตที่มีสีเขียวขึ้น สะอาดขึ้น และ มั่นคงขึ้นสำหรับประเทศไทยได้

กรกฎาคม 17, 2008 at 12:19 pm 9 ของความคิดเห็น

พลังงานลมคือคำตอบ..ในยุควิกฤตน้ำมันและภาวะโลกร้อน

ภาพกังหันลมหมุนแรงด้วยแรงลมไม่ใช่เป็นเพียงภาพอันสวยงามและดูมีชีวิตชีวาเท่านั้น แต่มันทำให้พวกเราชาวเรนโบว์ วอร์ริเออร์อิ่มอกอิ่มใจ ที่ประเทศไทยมีผู้ริเริ่มสิ่งดีๆ เพื่อประเทศไทยและโลก

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ของกรีนพีซทอดสมอใกล้ฟาร์มกังหันลมบนเกาะล้าน ฟาร์มแห่งนี้มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 200 กิโลวัตต์ และสามารถผลิตไฟฟ้าให้บ้านเรือนได้ประมาณ 100-120 หลังบนเกาะล้าน ซึ่งจะทำให้เมืองพัทยาสามารถประหยัดภาระค่าน้ำมันเชื้อเพลิง

การผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานลมตรงกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดที่มีอยู่อย่างไม่จำกัดในประเทศไทย และจะทำให้ประเทศสามารถเลิกพึ่งพาน้ำมันจากต่างชาติได้

ประเทศไทยมีอัตราการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน (Feed-in Tariff) ที่ค่อนข้างดี ดังนั้นในทางทฤษฎี ชุมชนต่างๆ สามารถทำกำไรได้จากการขายไฟฟ้าที่ตนเองผลิตได้เกิน ป้อนกลับไปยังสายส่งไฟฟ้า แต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม เพราะเจ้าหน้าที่ของรัฐมีนโยบายที่ทำให้ประชาชนไม่ให้ได้รับโอกาสนี้ นอกจากนี้การที่ประเทศไทยขาดกฎหมายพลังงานหมุนเวียนที่ให้ความสำคัญกับพลังงานไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าพลังงานสกปรก ทำให้นักลงทุนให้ความสำคัญกับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน และแม้แต่นิวเคลียร์ก็ผุดขึ้นในนโยบายเมื่อปีที่แล้ว

รัฐบาลไทยคาดการณ์ความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่ตรงกับความจริง และแทนที่จะลงทุนกับประสิทธิภาพทางพลังงานและพลังงานหมุนเวียน รัฐบาลกลับลงนามในสัญญากับโรงไฟฟ้าถ่านหิน และมีความคิดที่จะริเริ่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ทั้งๆ ที่รัฐบาลกล่าวเองว่าภาคใต้ของประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตพลังงานลมถึง 1,600 เมกะวัตต์


ภาพเหล่านี้เป็นภาพที่สวย แต่เมื่อเห็นมันเราขอให้คุณนึกถึงความสวยงามเบื้องหลังหอคอยสูงมีปีก หมุนนี้ว่าัมันเป็น​มิตรต่อสิ่งแวดล้อม​ ​โดย​ลดระดับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ที่ก่อ​ให้​เกิดภาวะ​โลกร้อน​ นอก​จาก​นี้พลังงานลม​ยัง​ปราศ​จาก​สารก่อมลพิษ​อื่นๆ​ ​ที่​เกิด​จาก​เชื้อเพลิงฟอสซิล​และ​โรงไฟฟ้านิวเคลียร์อีก​ด้วย และที่สำคัญในยุคน้ำมันแพง พลังงานจะสร้างความไม่พึ่งพาพลังงานให้กับประเทศไทยได้

ลงมือทำ
ลงชื่อในจดหมายเรียกร้องการปฏิวัติพลังงาน

- ดูวีดิโอ “สายลมแห่งความหวัง” ที่ถ่ายทำบนเกาะล้าน

กรกฎาคม 14, 2008 at 11:02 pm 1 comment

Hope Arises ความหวังเกิดขึ้นเมื่อคนรวมพลัง

“Most of the important things in the world have been accomplished by people who have kept on trying when there seemed to be no hope at all.”
Dale Carnegie

วันนี้ (9 ก.ค. 51) นักกิจกรรมกรีนพีซและประชาชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางใต้ 350 กม. รวมพลังสร้างรูปที่ประกาศว่า “หยุดถ่านหิน!” ที่ชายหาดทับสะแก

Today (9 July 08), Greenpeace activists, together with residents from Prachuab Khiri Khan province, 350 km South of Bangkok joined force to form a human installation proclaiming ‘Quit Coal’  at Thapsakae beach.

//www.greenpeace.or.th/quitcoal

ชาวประมงจากหมู่บ้านในอำเภอทับสะแก บ่อนอก อ้อน้อย และ บ้านกรูด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางใต้ 350 กิโลเมคร ต้อนรับเรือธง SV เรนโบว์ วอร์ริเออร์ ของกรีนพีซ ซึ่งกำลังอยู่ในประเทศไทยเพื่อรณรงค์ “หยุดถ่านหิน ก้าวสู่การปฏิวัติพลังงาน” ชุมชนเหล่านี้กำลังต่อต้านการเสนอสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกำลังการผลิต 4,000 เมกะวัตต์ ในพื้นที่ของพวกเขา เนื่องจากเกรงว่าจะก่อมลพิษในชุมชน และเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก

//www.greenpeace.or.th/quitcoal

เด็กๆ ผู้หญิง และ นักเรียน กล้าหาญตากสายฝนที่ไม่ตกตามฤดูกาลในอำเภอทับสะแก เพื่อร่วมกิจกรรมการรวมตัวสร้างรูปของกรีนพีซ รูปที่สร้างโดยการรวมตัวของคนประกาศว่า “Quit Coal” (หยุดถ่านหิน) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “การเดินทางรณรงค์หยุดถ่านหิน ก้าวสู่การปฏิวัติพลังงาน” ในประเทศไทย

ฉันรู้สึกซาบซึ้งใจที่ได้เห็นภาพคนถึงหลายร้อยคนมารวมตัวกันเพื่อทำสิ่งดีๆ ให้โลก และอนาคตของโลกและสิ่งมีชีวิตรุ่นต่อๆ ไป ฉันแค่หวังว่าพลังของผู้คนที่มีแรงปรารถนาที่จะปกป้องโลก จะทำให้รัฐบาลไทยหยุดให้เงินสนับสนุนพลังงานสกปรก (ถ่านหินและนิวเคลียร์) และกำหนดนโยบายเกี่ยวกับพลังงานสะอาด เช่น พลังงานลม ที่ประเทศไทยมีความสามารถในการผลิตเพียงพอ

I felt overwhelmed to see the scene of HUNDREDs of people who came together to do a good thing for Mother Earth and the future of our planet and next generations. I just hope that this force of passionate people and Greenpeace activists will encourage Thai government to stop subsidizing dirty energies (coal and nuclear) and introduce a policy for clean renewable energies such as wind power of which Thailand has enough capacity.
//www.greenpeace.or.th/quitcoal

ฉันหวังว่าคุณจะร่วมกับฉันในการสร้างความเปลี่ยนแปลงนี้โดยลงชื่อในจดหมายฉบับนี้ เพื่อเรียกร้องการปฏิวัติพลังงาน ส่งรูปของคุณ และ ติดตามการเดินทางของเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ที่ http://www.greenpeace.or.th/quitcoal

I hope you will join me in bringing about this  change by signing this petition to demand Energy [R]evolution, send in you photo and follow the Rainbow Warrior at http://www.greenpeace.or.th/quitcoal.

ฉันหวังว่าคุณจะอยู่กับเราตลอดการเดินทางเพื่ออนาคตที่สะอาด มีสีเขียว และ ยั่งยืน ของโลกที่งดงามใบนี้ของเรา

I hope you will be with us all along the journey for a clean, green and sustainable future of our beautiful planet.

ดูภาพสไลด์กิจกรรมวันนี้ได้ ที่นี่
View the slideshow of today’s activity here.

กรกฎาคม 10, 2008 at 5:41 pm 2 ของความคิดเห็น

Greenpeace: G8 Must Stop Climate Change กรีนพีซ: ประเทศอุตสาหกรรมต้องหยุดโลกร้อน

สงขลา, 7 ก.ค. 51 – วันนี้นักกิจกรรมของกรีนพีซจากเรือเรนโบว์วอริเออร์ได้กางป้ายผ้าข้อความว่า “จีแปด หยุดโลกร้อน ก้าวสู่การปฏิวัติพลังงาน (G8 Stop Climate Change – Lead the Energy [R]evolution) ณ รูปปั้นเงือกทอง ที่ชายหาดสมิหลา จังหวัดสงขลา พื้นที่ริมฝั่งทะเลด้านอ่าวไทยพื้นที่หนึ่งที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล
Greenpeace urges G8 to stop climate change

สาเหตุส่วนใหญ่ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเกิดขึ้นจากกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ ซึ่งเป็นผู้ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ที่สะสมอยู่ในชั้นบรรยากาศในปัจจุบันในสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 80 กลุ่มประเทศเหล่านี้ยังเป็นผู้ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าร้อยละ 40 ของปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมด ทั้งๆ ที่มีประชากรรวมกันเพียงร้อยละ 13 ของประชากรโลก

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันและถ่านหิน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังเกิดขึ้นจริง ทำให้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาดเป็นหนทางเดียวที่จะหลีกเลี่ยงผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและรับประกันความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

ผู้นำ G8 และธนาคารโลกจะประกาศกองทุนปกป้องสภาพภูมิอากาศใหม่ที่เมืองโทยาโกบนเกาะฮอกไกโดของญี่ปุ่น กองทุนนี้ไม่ได้ให้คำนิยามถึง “เทคโนโลยีสะอาด” ที่ชัดเจน กลุ่ม G8 จึงเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาไม่ใช่ทางออก และกองทุนดังกล่าวนี้ท้ายที่สุดแล้วก็จะนำไปอุดหนุนทางเลือกพลังงานที่สกปรก ที่สุดนั่นคือ ถ่านหิน จะต้องไม่มีการสนับสนุนถ่านหินเพราะไม่มีสิ่งที่เรียกว่าถ่านหินสะอาด

การอุดหนุนให้สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินโดยอ้างว่าเป็นการแก้ปัญหาโลกร้อนคือความบ้าคลั่ง กรีนพีซ ชุมชนในเอเชีย และ กลุ่มประชาสังคมต่างๆ มีจุดยืนร่วมกันในการคัดค้านกองทุนนี้

Greenpeace urges G8 to stop climate change

ผลกระทบต่างๆ ของระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น

ถ้าเราไม่ควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ลดลงมากที่สุด ทั้งพืดน้ำแข็งกรีนแลนด์และพืดน้ำแข็งแอนตาร์กติกาตะวันตกอาจทำให้โลกต้องประสบกับระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น 13 เมตร (43 ฟุต) ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยนี้จะเป็นหายนะต่อเศรษฐกิจและ มนุษยชาติ

หากระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นแม้เพียงเพียงเล็กน้อย จะทำให้เกิดน้ำท่วมใกล้ชายฝั่ง พายุรุนแรงขึ้นทำให้สร้างความเสียหาย ชายฝั่งถูกกัดเซาะ น้ำอุปโภคบริโภคถูกน้ำทะเลปนเปื้อน พื้นที่ใกล้พื้นที่ชุ่มน้ำและแนวเกาะถูกน้ำท่วม และ การเพิ่มขึ้นของความเค็มที่ปากแม่น้ำ นอกจากนี้ เมืองและหมู่บ้านตามชายฝั่งที่อยู่ในระดับต่ำจะได้รับผลกระทบด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ทรัพยากรที่สำคัญยิ่งต่อประชากรบนเกาะและตามชายฝั่ง เช่น ชายหาด น้ำจืด การประมง แนวปะการังและเกาะหินปะการัง และ ถิ่นที่อยู่ของสัตว์ป่า ก็กำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยง

นี่คือภาพจำลองเมืองต่างๆ หากระดับน้ำทะเลสูงขึ้นในอีก 50 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน ซึ่งทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลาย นำไปสู่น้ำท่วม

เริ่มจากแมนฮัตตัน , นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจที่สำคัญของอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นตึกระฟ้า สำนักงานใหญ่บริษัทต่างๆ หรือตลาดหลักทรัพย์ วอลล์ สตรีท

รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา

ภาพเมื่อถูกน้ำท่วม คนเป็นล้านจะต้องอพยพออก

ต่อมาคือ ปักกิ่ง ประเทศจีน

เซี่ยงไฮ้

กัลกัตตา อินเดีย

ซานฟรานซิสโก ในอเมริกา

และเนธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่พื้นที่ส่วนมากของประเทศอยู่ต่ำ (มีพื้นที่บางส่วน ต่ำกว่า ระดับน้ำทะเล ด้วยซ้ำ)

หายไปเกือบครึ่งประเทศ

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจำนวนมากบนโลกแห่งนี้

กรีนพีซเรียกร้องให้ผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 8 ประเทศที่กำลังประชุมที่ญี่ปุ่นผลักดันแนวทางเพื่อรักษาระดับอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกมิให้เพิ่มมากไปกว่า 2 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม

ติดตามการเดินทางของเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ได้ที่ http://www.greenpeace.or.th/quitcoal
ลงชื่อในจดหมายเรียกร้องการปฏิวัิติพลังงาน

กรกฎาคม 9, 2008 at 5:54 am 1 comment

Ship Tour Day 2 – Biking Against Climate Change

สงขลา, 5 กรกฎาคม 2551- อาสาสมัครกรีนพีซ 700 คน ร่วมกิจกรรมรณรงค์ “หยุดถ่านหิน ก้าวสู่การปฏิวัติพลังงาน” กับเรือเรนโบว์วอร์ริเออร์ของกรีนพีซ โดยปั่นจักรยานลดโลกร้อนจากหาดใหญ่ถึงท่าเทียบเรือที่อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

700 Greenpeace's activists bikes against climate change to Rainbow Warrior

Songkhla, Thailand, 5 July 08 – 700 Greenpeace volunteers joined “Quit Coal: Lead the Energy [R]evolution” Ship Tour activity with Greenpeace’s Rainbow Warrior flagship by cycling from Hadyai district to the port where the ship is anchored in Muang district, Songkhla province to campaign against climate change.

ภาพไสลด์ Slideshow
วีดิโอบรรยากาศการขี่จักรยาน
วีดิโอ: ผู้คนส่งข้อความไม่เอาพลังงานสกปรก!

กรกฎาคม 5, 2008 at 9:33 am 1 comment

Older Posts


Greenpeace Southeast Asia's Photos

Yes to Ecological Agriculture! Diversity Fair Mindanao Leg

Yes to Ecological Agriculture! Diversity Fair Mindanao Leg

Yes to Ecological Agriculture! Diversity Fair Mindanao Leg

Yes to Ecological Agriculture! Diversity Fair Mindanao Leg

Yes to Ecological Agriculture! Diversity Fair Mindanao Leg

รูปภาพเพิ่มเติม

Feeds

Blog Stats

  • 6,278 hits

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.